เก่งภาษาอังกฤษด้วย 5 วิธีง่ายๆ ทีจะทำให้คุณหยุดแปลในหัว

Last updated: Mar 10, 2020  |  79 จำนวนผู้เข้าชม  |  เคล็คลับในการฝึกภาษาอังกฤษ

เก่งภาษาอังกฤษด้วย 5 วิธีง่ายๆ ทีจะทำให้คุณหยุดแปลในหัว

1. หยุดบังคับตัวเอง สนุกไปกับมัน
     หลายคนใช้วิธีการบังคับตัวเองในการฝึกภาษาอังกฤษ เช่น ต้องไม่ทำอย่างนั้น ต้องไม่ทำอย่างนี้ ห้ามเปิด dictionary ห้ามดู sub-title ซึ่งล้วนเป็นการกดดันและเพิ่มความเครียดให้กับตัวเองมากขึ้น คุณอาจจะท้อและเลิกล้มมันไปก็ได้
     ถ้าคุณยังเป็นอีกหนึ่งคนที่คิดอย่างนี้อยู่ ลองหยุดและทบทวนตัวเอง อาจจะเห็นว่าเงื่อนไขที่คุณสร้างมันขึ้นมาเป็นข้อห้ามนั้นมัน อาจมีประโยชน์ก็ได้ ดังนั้นไม่ต้องเครียดหรือกดดัน ถ้ามันช่วยเราได้ ก็ทำ

2. ฟังภาษาอังกฤษบ่อย ๆ
        พยายามเอาตัวไปอยู่ในแวดล้อมด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง รายการทีวีโชว์ที่ชื่นชอบ หรืออะไรก็ตามที่คุณสนใจและสนุกไปกับมัน  คุณจะสังเกตได้ว่าหลังจากที่คุณฟังภาษาอังกฤษมาก ๆ สมองของคุณในขณะนั้นๆ จะยังติดที่จะคิดและรับรู้การฟังในภาษาอังกฤษอยู่ ดังนั้นควรทำซ้ำ ๆ ให้เราชินกับไปกับมัน

3. ใช้ dictionary ในการค้นหาความหมายของคำศัพท์ที่คุณไม่เข้าใจ
        หลายคนอาจมองว่าเชยไปแล้วกับการใช้ dictionary แต่คุณไม่จำเป็นต้องพก dictionary เล่มหนาเตอะ เดี๋ยวนี้แบบออนไลน์ก็มี  แต่คุณควรที่จะดูความหมายในภาษาอังกฤษ เพราะคุณจะได้เข้าใจความหมายของมันจริง ๆ และจำไปใช้อย่างถูกต้อง แถมยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีความหมายคล้ายๆ กันอีกด้วย

4. ใช้กระดาษโน้ต หรือ post it
        ลองเขียนคำศัพท์หรือประโยคภาษาอังกฤษของสิ่งของรอบตัวหรือสิ่งที่คุณกำลังพยายามจะเรียนรู้ แปะไว้ตามสิ่งนั้นๆ รอบๆตัว ของคุณดูซิ มันจะช่วยตอกย้ำสมองของคุณให้จำสิ่งนั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษและลดเวลาในการแปลในหัวของคุณ เช่น คุณแปะ post it ที่โต๊ะกาแฟของคุณว่า I like to drink coffee in the morning !! เมื่อคุณมาจิบกาแฟในยามเช้าและหันไปเห็นมัน คุณจะมีประโยคนี้ขึ้นมาในหัวทันที มันจะช่วยทำให้คุณร่ายล้อมด้วยภาษาอังกฤษมากขึ้น แม้ว่าคุณจะยังอาศัยอยู่เมืองไทยก็ตาม 

5. หาเพื่อนคุยที่เป็นชาวต่างชาติ
        อย่าลืมว่าวิธีที่ดีที่สุด  ที่จะทำให้เราพูดภาษาอังกฤษได้จริงนั้น ๆ คือการเอาตัวเองไปอยู่ในแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษแต่จากวิธีที่ผ่านมาล้วนเป็นการสื่อสารทางเดียว คือคุณจะได้ฝึกการฟัง ฝึกคิด แต่เราเป็นเพียงผู้รับฝ่ายเดียว แต่สิ่งที่เราต้องใช้จริงในการสื่อสารไม่ใช่แค่การฟัง แต่ต้องพูดได้ด้วย ดังนั้นการสื่อสารสองทางจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เราควรฝึกการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ ถามมา ตอบไป แต่หลายคนอาจจะยังกลัว ยังติดแปลในหัว สร้างประโยคไม่ทัน แต่การได้พูดคุยซ้ำๆ ก็เป็นฝึกทักษะและปรับปรุงข้อบกพร่องของตัวเอง อย่าลืมว่าทักษะภาษาจะดีขึ้นได้ต้องผ่านการฝึกฝนอยู่เสมอๆ ดังนั้นอย่าลืมที่จะหาคู่สนทนาเป็นภาษาอังกฤษกันนะ

 

Fluent English เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังฝึกพูดภาษาอังกฤษอยู่นะคะ

www.gofluentenglish.com

Powered by MakeWebEasy.com